คลิปประกอบ
The Times รายงานเป็นข่าวเอกสิทธิ์ว่า โทดด์ โบห์ลี ตกลงขายหุ้นในเชลซีและยุติการเกี่ยวข้องกับสโมสร
ตามหัวข้อข่าวของ The Times แคลร์เลก แคปปิตอล ปิดดีลมูลค่าราว 1,000 ล้านปอนด์ (ราว 44,000 ล้านบาท) เพื่อซื้อกิจการต่อจากเจ้าของเดิม ซึ่งหัวข้อระบุชื่อ มาร์ค วอลเตอร์ มหาเศรษฐีชาวอเมริกันและผู้ร่วมเป็นเจ้าของ ที่กำลังเผชิญการสอบสวนของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ส่วนรายละเอียดว่าใครขายหุ้นส่วนไหนเท่าไร ไม่มีในวัตถุดิบที่เรามี
ในกระทู้ แฟนบอลแทบไม่ได้ลงรายละเอียดตัวดีล แต่เอายุคโบห์ลีมาล้อกันเต็มที่ มีคนเขียนคำไว้อาลัยประชดว่า 'ผู้บุกเบิกแผน 4-4-3' และอีกคนเสียดายที่เขาไม่ทันจัดเกม all stars ของพรีเมียร์ลีก หรือเกมเหนือ vs ใต้
ฝั่งแฟนทีมอื่นก็ไม่พลาดโอกาส แฟนอาร์เซนอลบางคนขอให้ 'ยุคแห่งความหลอน' ของโบห์ลีดำเนินต่อไป ส่วนแฟนแมนฯ ยูไนเต็ดบอกว่าได้แต่ฝันให้เกิดแบบนี้กับตระกูลกลาเซอร์และอินีออส
เสียงแฟนบอล
- “RIP โบห์ลี ผู้บุกเบิกแผน 4-4-3”
- “เสียดายจัง ยังไม่ทันได้เห็นเกม all stars ของพรีเมียร์ลีก หรือแมตช์เหนือ vs ใต้เลย 😂”
- “ธุรกิจเก่งจริงงานนี้ ซื้อนักเตะแปลกๆ ไปเยอะ แต่ก็ยังได้กำไรจากเล่นหุ้นพอ (พูดประชด)”
- “แฟนแมนฯ ยูไนเต็ดได้แต่ฝันให้เกิดแบบนี้กับกลาเซอร์และอินีออสบ้าง”
- “แฟนอาร์เซนอลขอร้องเลย ขออย่าให้ยุคหลอนของโบห์ลีจบ 🥹”
ประเด็นที่ยังไม่ชัดคือใครขายหุ้นส่วนไหนเท่าไรให้แคลร์เลก เพราะหัวข้อข่าวเอ่ยถึงทั้งโบห์ลีและวอลเตอร์ในเวลาเดียวกัน
เกร็ดน่ารู้
- The Times — หนังสือพิมพ์อังกฤษที่เป็นต้นทางของข่าวเอกสิทธิ์นี้
- แคลร์เลก แคปปิตอล (Clearlake Capital) — ฝ่ายที่หัวข้อข่าวระบุว่าปิดดีลมูลค่าราว 1,000 ล้านปอนด์
- เชลซี — สโมสรจากกรุงลอนดอนที่เป็นศูนย์กลางของข่าวการเปลี่ยนมือหุ้นครั้งนี้
- แผน 4-4-3 — ตัวเลขแผนการเล่นปกติรวมกันได้ 10 คนโดยไม่นับผู้รักษาประตู แต่ 4-4-3 รวมเป็น 11 จึงถูกแฟนบอลเอามาล้อ
"เสียงแฟนบอล" เรียบเรียงจากปฏิกิริยาในกระทู้ r/soccer ที่มา: กระทู้ต้นฉบับ (Reddit)