มีรายงานตัวเลขว่ามาตรการใหม่ต่อต้านการถ่วงเวลา ทำให้เวลาบอลอยู่ในการเล่นเฉลี่ยของฟุตบอลโลกครั้งนี้อยู่ที่ 58 นาที 16 วินาที เป็นประเด็นเฉพาะกลุ่มคอบอลสายสถิติ แต่แฟนบอลก็เถียงกันพอสมควรว่าตัวเลขนี้ถือว่าดีหรือยัง
มาร์ติน ซีเกลอร์ นักข่าวที่รายงานตัวเลขนี้ ระบุว่ามาตรการใหม่ต่อต้านการถ่วงเวลามีส่วนทำให้ค่าเฉลี่ยขึ้นไปอยู่ที่ 58 นาที 16 วินาที สูงกว่าฟุตบอลโลกครั้งก่อนที่ 58 นาที 3 วินาที ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกที่ 56 นาที 43 วินาที และพรีเมียร์ลีกที่ 55 นาที 23 วินาที
ประเด็นที่แฟนบอลหยิบมาพูดกันมากคือส่วนต่างจากฟุตบอลโลกครั้งก่อนที่ดูน้อยนิด มีคนประชดว่า 13 วินาทีที่เพิ่มมานี่แหละที่ทำให้ประทับใจ บางคนถึงกับมองว่าแทบไม่ได้ผลอะไร ขณะที่อีกฝั่งบอกว่าดูด้วยตาแล้วการเปลี่ยนตัวกับลูกตั้งเตะเร็วขึ้นจริง และแปลกใจที่ตัวเลขไม่สูงกว่านี้
อีกเรื่องที่ถูกยกขึ้นมาคือช่วงพักดื่มน้ำ มีแฟนบอลสงสัยว่าจะมีผลต่อสถิติหรือเปล่า และมีคนมองว่าการไม่พูดถึงเวลาส่วนนี้เลยเป็นเรื่องไร้เหตุผล ส่วนขั้นต่อไปที่มีคนอยากให้จัดการคือลูกเตะมุม ซึ่งเกมหยุดไปราว 30 วินาทีทุกครั้ง ขณะที่ผู้ตัดสินเตือนเรื่องการผลัก
เสียงแฟนบอล
- “13 วินาทีที่เพิ่มมานี่แหละ ทำเอาผมประทับใจสุด ๆ (ประชด)”
- “ขั้นต่อไปต้องเป็นลูกเตะมุมแล้ว เกมหยุดไปครึ่งนาที ให้ผู้ตัดสินเทศนาสองคนเรื่องผลักกัน แล้วสุดท้ายก็ไม่มีใครฟัง”
- “รู้สึกว่าถ่วงเวลาน้อยลงจริงนะ แปลกใจที่ตัวเลขไม่สูงกว่านี้ พรีเมียร์ลีกเป็นปัญหานี้มาหลายปีแล้ว”
- “ดูด้วยตาแล้วเปลี่ยนตัวกับลูกตั้งเตะเร็วขึ้น แต่ไม่รู้ว่าช่วงพักดื่มน้ำถูกนับรวมในสถิติหรือเปล่า”
คำถามที่ยังค้างคือช่วงพักดื่มน้ำถูกนับรวมในตัวเลข 58 นาที 16 วินาทีนี้หรือไม่ ซึ่งวัตถุดิบยังไม่มีคำตอบ
เกร็ดน่ารู้
- การถ่วงเวลา (time-wasting) — การจงใจทำให้เกมเดินช้าลง เช่น เตะลูกโกล์คิกช้า ทุ่มบอลช้า หรือเปลี่ยนตัวอืดอาด
- ช่วงพักดื่มน้ำ (hydration break) — ช่วงหยุดเกมสั้น ๆ กลางครึ่งเพื่อให้นักเตะดื่มน้ำ มักใช้เมื่ออากาศร้อน
- ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก — ศึกสโมสรระดับสูงสุดของยุโรป ที่ในข่าวนี้ใช้เป็นตัวเทียบเวลาบอลอยู่ในการเล่น
- พรีเมียร์ลีก — ลีกสูงสุดของอังกฤษ ในข่าวนี้มีเวลาบอลอยู่ในการเล่นเฉลี่ย 55 นาที 23 วินาที ต่ำสุดในสี่รายการที่เทียบ
"เสียงแฟนบอล" เรียบเรียงจากปฏิกิริยาในกระทู้ r/soccer ที่มา: กระทู้ต้นฉบับ (Reddit)